[Spoiler] Shinigami no Ballad อนิเมตอนที่ 1
[Spoiler Alert!!!]
คำเตือน เนื้อหาในบทความนี้มีการเปิดเผยเนื้อหาบางส่วนในเรื่อง จาก Shinigami no Ballad ตอนที่1ของฉบับอนิเม จากมุมมองส่วนตัวของผมเท่านั้น
[เนื้อเรื่องย่อของตอนที่1]
โคตะและไม เด็กประถม ได้พบกับลูกแมวตัวหนึ่ง ไมตัดสินใจที่จะเลี้ยงมันไว้ แม้โคตะจะไม่เห็นด้วยแต่ก็ตัดสินใจทำเพื่อไม
ไมตั้งชื่อแมวตัวนั้นว่าบลูตามสีตาของมัน และช่วยกันเลี้ยงบลูโดยมีโคตะเป็นพ่อและไมเป็นแม่ แต่นั่นกลับทำให้โคตะเริ่มห่างเหินกับเพื่อนผู้ชายในห้อง แต่โคตะคิดว่าตัวเองทำถูกแล้ว ทั้งไมและบลูต่างก็ต้องการการดูแลอย่างใกล้ชิดทั้งคู่ เพราะไมนั้นเป็นโรคหอบหืด ส่วนบลูนั้นเริ่มซนและต้องทานอาหารแมวจนเงินเก็บของโคตะเริ่มไม่พอเสียแล้ว
จนกระทั่งวันหนึ่ง โคตะได้โอกาสที่จะคืนดีกับไซกิ จึงได้ขอหยุดพักดูแลบลูวันหนึ่ง แต่วันนั้นกลับเป็นวันสุดท้ายของไม ...
ด้วยความรู้สึกผิดที่หนักเกินกว่าจะรับไหว โคตะโทษว่าทั้งหมดเป็นเพราะบลูและนำไปปล่อยไว้กลางสายฝน แต่นั่นกลับทำให้เขาได้พบกับโมโมะ ยมทูตในชุดสีขาว เธอขอรับชีวิตของบลูไปเพราะโคตะไม่ต้องการมันแล้ว
แต่ก่อนที่เคียงของโมโมะจะคร่าชีวิตของบลู โคตะตัดสินใจคว้าบลูมาไว้ในอ้อมกอด
"ห้ามลืมความรู้สึกของเธอตอนนี้เชียวนะ เพื่อไมจังที่ตั้งชื่อให้กับบลูด้วย"
โมโมะนำคำสั่งเสียของไมถ่ายทอดให้กับโคตะ เธอให้กำลังใจโคตะก่อนที่จะจากไปอย่างสงบ
[จบตอน]
[หมดช่วงSpoilerแล้วครับ]
ประโยคที่น่าสนใจจากตัวอย่างตอนต่อไป ซาคานะโนะโคโร (วันเวลาของปลา)
"ท้องฟ้ายามค่ำคืนคือสระที่ไม่มีน้ำ เหล่าปลาต่างแหวกว่ายในจักรวาลเพื่อตามหาน้ำ"
"แล้วถ้าหากว่าปลาเหนื่อยจนว่ายน้ำต่อไปไม่ไหวแล้วหละ มันจะเป็นยังไงกันนะ"
[วิเคราะห์]
เนื้อหาในตอนนี้เหมือนเป็นการจำลองการมีชีวิตครอบครัวผ่านทางมุมมองของเด็กสองคน โดยมีโคตะเป็นพ่อ ไมเป็นแม่ และบลูเป็นลูก ในช่วงแรกเด็กทั้งสองรู้สึกสนุกกับประสพการณ์ใหม่ๆที่ได้เลี้ยงดูแมวแบบครอบครัว แต่เมื่อเวลาผ่านไป เขาเริ่มรู้ถึงน้ำหนักของความรับผิดชอบที่แบกรับไว้ นับตั้งแต่ไม่มีเวลาให้กับเพื่อน ต้องคอยดูแลแม่(ไม)ที่สุขภาพไม่ดี ต้องคอยเป็นห่วงลูก(บลู)ที่กำลังซน แถมยังต้องใช้เงินเก็บของตัวเองซื้ออาหารให้ลูกแมวอีก จนเกิดความรู้สึกเหนื่อยหน่ายต่อหน้าที่ที่ของตัวเองและกลัวว่าภาระนั้นเกินกำลังของตัวเอง
ไคลแม็กซ์ของตอนที่หนึ่งนี้อยู่ในฉากที่โคตะตัดสินใจปกป้องบลูจากความตาย ทั้งๆที่ครั้งหนึ่งเขาเคยคิดจะทิ้งชีวิตเล็กๆนี้อยู่หยกๆแท้ๆ เพราะความรับผิดชอบที่มีต่อครอบครัวเป็นหน้าที่ที่ไม่สามารถเลี่ยงหรือไม่มีวันหยุดโดยเด็ดขาด เขาได้รับประสพการณ์อันมีค่าและพร้อมที่จะดูแลครอบครัวเล็กๆนี้ต่อไป
(แต่นิสัยเสียเกี่ยวกับการโทษคนอื่นของโคตะนั้น ไม่ถูกกล่าวถึงมากในฉบับอนิเม คงเพื่อให้เนื้อเรื่องกระชับและไม่หลุดจากโทนเรื่องก็ได้ครับ)
[วิจารณ์]
สำหรับอนิเมทุกเรื่องแล้ว หน้าที่ของตอนที่หนึ่งคือการทำให้ผู้ชมรู้ภาพรวมของอนิเมเรื่องนั้นๆ ซึ่งตอนที่หนึ่งของเรื่องนี้ก็เช่นกันครับ การเดินเรื่องในตอนนี้เป็นไปอย่างเรียบง่าย การแสดงท่าทางของตัวละครดูเป็นธรรมชาติกว่าในนิยาย(โคตะเปลี่ยนจากเด็กชายซนๆ กลายเป็นเด็กขี้อายไปเลย)
ตอนแรกก็สงสัยนะครับว่าทำไมถึงเลือกตอนนี้มาทำเป็นตอนแรก เมื่อดูจบก็เข้าใจว่า เพราะตอนนี้เนื้อเรื่องไม่ค่อยเศร้ามากนัก และยังออกแนวครอบครัวพร้อมกับบรรยากาศที่อบอุ่นที่สุด(ในสี่ตอนของเล่มหนึ่งนะ) คิดดูเล่นๆนะครับ ถ้าเอาตอนของไดกิหรือมาโคโตะที่ว่าดี(แต่มืดสุดๆโดยเฉพาะไดกิ)มาทำก่อน คนที่ไม่ได้อ่านนิยายแต่เพิ่งได้ดูเรื่องนี้ครั้งแรกคงเข้าใจผิดคิดว่าเป็นแนวๆJigoku Shoujoหรือพวกไซโคหาความหมายในชีวิตแบบหลอนๆแหงเลย
ต่อไปก็เรื่องของเพลงประกอบครับ เพลงในฉากต่างๆออกช้าๆนุ่มๆแต่เข้ากับบรรยากาศของเรื่องดีครับ แม้จะเบาไปนิดแล้วก็น้อยไปหน่อย
สำหรับเพลงเปิดของเรื่อง อย่างที่คิดไว้ว่าต้องเป็นเพลงช้าๆ แต่สำหรับเพลง No One นี้ รู้สึกทำนองมันเหงาๆ เนื้อเพลงฟังดูขาดๆไปยังไงก็ไม่รู้สิครับ(คงต้องรอฟังแบบเต็ม เผื่อจะเพราะกว่าTV size)
ส่วนเพลงปิดของเรื่อง White Messenger อันนี้เพราะกว่าเพลงเปิด(ในความรู้สึกของผมนะครับ)
ฉากที่ชอบที่สุดในตอนที่หนึ่งสำหรับผมคงเป็นตอนที่ไมกุมมือโคตะแล้วโคตะอายม้วนต้วนน่ะครับ
"ดะ เดี๋ยวดิ ไม! อะ อายคนอื่นเขา!"
"ไม่มีใครเห็นซักหน่อย"
"ตะ แต่ว่า...อะ บลูกำลังมองอยู่นะ!"
"ไม่เป็นไร ก็พวกเราเป็นพ่อกับแม่นี่"
(ฉากนี้น่ารักมาก จนผมต้องย้อนดูซ้ำตั้งหลายรอบแน่ะ)
สรุปโดยรวม ผมว่าหกตอนแรกของฉบับอนิเมนี้ เหมือนเป็นงานทดลองก่อนจะสร้างซีซั่นต่อมากกว่า เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่อนิเมสาวน้อยแนวตลาดดาดดื่น(ประมาณว่านึกอะไรไม่ออกก็'โมเอะ'ไว้ก่อน) แต่เป็นแนวอบอุ่นและมีข้อคิดในแต่ละตอน เป็นอนิเมดูสบายๆก็ได้ ดูหาความหมายก็ดี ซึ่งผมประทับใจนับตั้งตอนที่ได้อ่านนิยายแล้วหละครับ
ป.ล.จากประสพการณ์(หน้าแตก)หลายครั้งที่ผ่านมาทำให้ผมได้ข้อคิดว่า อย่าได้ตัดสินอนิเมทั้งเรื่องจากการได้ดูแค่สามตอนแรก ดังนั้นผมไม่ขอวิจารณ์อะไรมากนอกจากรอดูตอนต่อไปหละครับ ที่แน่ๆ ผมคนนึงหละที่จะตามโหลดให้ครบทุกตอนเลย
(ซักวันหนึ่ง อยากให้ตอนปาฏิหารย์แห่งแสงได้ทำเป็นอนิเมจังเลย)
edit @ 2006/08/24 14:39:12
edit @ 2006/10/27 14:57:28