2011/Jan/07

 เอาหละๆ ไม่ได้อัพบล็อกซะนานเลย

สวัสดีครับทุกท่านกลับมาพบกับกระทู้ประจำปี(หรือเอนทรี่บนบล็อก)ของผมอีกครั้ง
ปี2553ที่ผ่านไป มีเรื่องเกิดขึ้นมากมายทั้งร้ายและดี ไม่ว่าเรื่องที่อยู่ดีๆก็ฮึดจับGundam Souseiมาแปลไทยซะ5ตอน(กำลังคิดอยู่ว่าจะแปลต่อดีมั้ยเนี่ย เว็บแสกนก็ไม่มีให้เซฟซะแล้ว) หรือเรื่องที่ติดเฟสบุ๊คเพลินไปหน่อยจนไม่ได้อัพบล็อก เรื่องที่ฮึดเข้าร่วมแต่งฟิกประกวดBakuman Challengeที่บอร์ดพ็อคเก็ต ไปจนถึงเรื่องที่ในที่สุดก็เก็บเงินพอซื้อคอมใหม่ได้เสียที ... อะแฮ่ม ขอกลับเข้าเรื่องบันทึกประจำปีกันก่อนที่คนเขียนจะพล่ามเพลินเกินไปก่อนนะครับ

อนึ่ง เนื้อหาในบทความนี้ เขียนขึ้นจากมุมมองของผมแต่เพียงผู้เดียว หากมีเหตุการณ์ใดตกหล่น ไม่โดนใจหรือไม่ครบถ้วน ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย 

1. ต้นสังกัดการ์ตูนญี่ปุ่นเข้มงวดเรื่องการแสกนและสปอยล์
ในปีนี้ทางต้นสังกัดการ์ตูนค่ายต่างๆ ได้ออกมาเคลื่อนไหวต่อต้านการละเมิดลิขสิทธิ์การ์ตูนโดยเฉพาะเว็บไซต์ที่แสกนผลงานแจกเพื่อแสวงหากำไรจนส่งผลกระทบให้ยอดขายหนังสือลดลง ตามเนื้อหาข่าวนี้
http://www.animenewsnetwork.com/news/2010-06-08/u.s-japanese-publishers-unite-against-manga-scan-sites
โดยเริ่มจากการแจ้งเตือนไปยังเว็บไซต์ต่างๆจนเว็บแสกนหลายแห่งต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองไม่ก็หยุดแจกไปเลย
และยังตามมาถึงการสปอยล์เนื้อหาเป็นตอนๆตามเว็บบอร์ดอีกด้วย เล่นเอาหลายๆคนต้องปรับตัวในการติดตามอ่านเรื่องที่ตัวเองระหว่างรอพิมพ์กันเลยทีเดียว

2. เคน อาคามัตสึ เปิดเว็บแจกแสกนแนวใหม่
ท่ามกลางการเข้มงวดเรื่องการแจกแสกนมังกะแบบผิดกฏหมาย อ.เคน อาคามัตสึ เจ้าของผลงานดังเช่นLove Hinaบ้านพักอลเวง และคุณครูจอมเวท เนกิมะ ได้ออกไอเดียใหม่โดยการเป็นเว็บดาวน์โหลดการ์ตูนฟรีเองเลย โดยแลกกับค่าโฆษณาในเว็บไซต์ เริ่มจากผลงานดังในอดีต Love Hinaเป็นเรื่องแรก(ในปัจจุบัน สนพ.โคดันฉะหยุดการพิมพ์ฉบับรวมเล่มของเรื่องนี้ไปแล้ว) ซึ่งในช่วงแรกๆนั้น ได้รับการตอบรับอย่างอบอุ่นจากบรรดานักโหลดจนอ.เคนถึงกับตัดพ้อในทวีตเตอร์ว่า ยอดโหลดหลักแสน แต่ยอดกดซื้อของทางเว็บไซต์ที่ลงโฆษณาแทบไม่มีเลย
ปัจจุบันนี้เว็บไซต์ดังกล่าวยังคงเปิดอยู่และได้ข่าวมาว่ามีรายรับเพิ่มขึ้นจากช่วงทดลองจนมีโครงการจะขยายไปยังผลงานของอ.ท่านอื่นๆรวมถึงโดจินชิอีกด้วย
ผู้ที่สนใจ สามารถแวะไปชมได้ที่เว็บไซต์
http://www.j-comi.jp/


3. ซัมเมอร์วอร์คว้ารางวัลต่างๆมากมาย
ไม่เกินความคาดหมายเมื่อภาพยนตร์อนิเมชั่นเรื่อง Summer Wars กวาดรางวัลในงานโตเกียวอนิเมชั่นอวอร์ด2010ไปมากมายได้แก่
- ผลงานอนิเมชั่นยอดเยี่ยมแห่งปี - Summer Wars
- ผู้กำกับยอดเยี่ยม - โฮโซดะ มาโมรุ
- เนื้อเรื่องต้นฉบับยอดเยี่ยม - โฮโซดะ มาโมรุ
- สกรีนเพลย์ยอดเยี่ยม - โอคุเดระ ซาโตโกะ
- กำกับศิลป์ยอดเยี่ยม - ทาเคชิเงะ โยจิ
- ออกแบบตัวละครยอดเยี่ยม - ซาดาโมโตะ โยชิยูคิ
ข้อมูลจาก
http://www.animenewsnetwork.com/news/2010-02-16/summer-wars-wins-tokyo-anime-fair-top-award-6-more
นอกจากนี้ยังได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์สาขา "Best Animated Feature category of the 83rd Academy Awards"ในรอบคัดเลือกซึ่งรายชื่อภาพยนต์ที่เข้ารอบอย่างเป็นทางการนั้น จะประกาศในเดือนกุมภาพันธ์ปี2011อีกครั้งหนึ่ง
เห็นความแรงแล้ว อยากให้เรื่องนี้มีLCในไทยเหมือนกันแฮะ ขนาดของดีที่ไม่ค่อยมีกระแสอย่างThe Girl Who Leapt Through Time หรือการ์ตูนเก่าๆของGhibliยังอุตส่าห์มีคนLCเข้ามาในไทยได้เลยนี่นา


4. การจากไปของอ.ประยุตเงากระจ่าง และ ซาโตชิ คอน
ในปี2553ที่ผ่านมามีการสูญเสียคนสำคัญของวงการการ์ตูนไปไม่น้อยเช่นเดียวกับปีที่ผ่าน แต่ที่โด่งดังที่สุดคงเป็นการจากไปของสองท่านนี้
อ.ปยุต เงากระจ่าง ผู้เปิดตำนานภาพยนตร์การ์ตูนของประเทศไทย ได้เสียชีวิตในวันที่ 27 พฤษภาคม ปี2553
อ.ซาโตชิ คอน ผู้กำกับผู้มีผลงานดังๆเช่น Millenium Actress, Paprika และTokyo God Father เสียชีวิตลงในวันที่ 24 สิงหาคม ปี2553
ขอไว้อาลัยแด่ทั้งสองท่านรวมถึงบุคคลบันเทิงท่านอื่นๆซึ่งจากไปในปี2553นี้
ขอขอบคุณที่สร้างสรรค์ผลงานดีๆไว้ให้คนรุ่นหลังด้วยครับ
 
5. ภาพยนตร์การ์ตูนขึ้นโรงฉายกันมากขึ้น
ในปี2553มีอนิเมชั่นญี่ปุ่นชั้นดีเข้ามาฉายมากกว่าปีที่ผ่านมา เพราะนอกจากโดราเอม่อนกับโคนันภาคพิเศษที่พวกเราได้ดูกันประจำทุกปีแล้ว ยังมีค่ายDEXที่ใจป้ำ ฉายยูเรก้า7ช่วงต้นปี ก่อนจะฉายทั้งOne Piece Strong World และ Gundam OO : Awakening of the Trailblazerในช่วงปลายปีอีกต่างหาก นับว่าเป็นสัญญาณดีสำหรับวงการภาพยนตร์การ์ตูนญี่ปุ่นในไทยว่ากำลังขยายตัวขึ้นกว่าแต่ก่อนที่มักจะมีภาพยนตร์การ์ตูนจากฝั่งตะวันตกเข้าฉายมากกว่า แถมคราวนี้ ยังมีการขยายไปฉายยังจังหวัดอื่นนอกจากกรุงเทพด้วยนะครับ
 
แถมยังมีอนิเมชั่นชั้นดีของฝั่งตะวันตกขึ้นโรงฉายอย่าง How to train your dragon และ Toy Story3ที่ปิดเรื่องราวลงอย่างประทับใจแฟนๆที่ติดตามมาตั้งแต่ภาคแรกอีกด้วย
หวังว่าในปี2554นี้ จะมีอะไรดีๆให้ดูไม่แพ้ปีที่ผ่านมานะครับ


6. โตเกียวหวิดป่วนกับกฏหมายควบคุมสื่อประเภทการ์ตูน
ยังคงมีความพยายามในการจัดระเบียบความเหมาะสมในการ์ตูนอยู่เป็นระยะๆ บางครั้งข้อกฏหมายที่มีรายละเอียดไม่แน่ชัดก็ไม่ผ่านการพิจารณาไป จนกระทั่งช่วงปลายปี กฏหมายควบคุมสื่อฉบับล่าสุดได้ผ่านการพิจารณาไปเมื่อช่วงเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ซึ่งเนื้อหาในร่างกฏหมายนั้นค่อนข้างลงตัวในหลายจุดเมื่อเทียบกับฉบับก่อนๆโดยเฉพาะในแง่ของการจำกัดอายุของผู้ชม แต่ยังมีหลายประเด็นที่ยังคลุมเครืออยู่จนเกิดกระแสต่อต้านจากผู้อยู่ในอุตสาหกรรมการผลิตสื่อบันเทิง
พวกเราที่เป็นผู้บริโภคก็ได้แต่รอดูผลกันต่อไป  เพียงแต่ที่เป็นเรื่องเป็นราวขึ้นมาก็คือ มีคนเอาจับประเด็นจากแหล่งข่าวที่ชอบแต่งเติมเนื้อหาให้มีสีสันฉูดฉาดมาขยายความเสียเป็นเรื่องใหญ่โตอย่างกับโลกจะแตก แล้วใส่อารมณ์กันตามบอร์ดต่างๆกันยกใหญ่
...ทั้งๆทางญี่ปุ่นเอง เขาใช้วิธี"แสดงความไม่เห็นด้วยอย่างสงบ"เช่นการรวมรายชื่อผู้ไม่เห็นด้วย หรือการที่ผู้ผลิตไม่ร่วมงานโตเกียวอนิเมชั่นแฟร์ รวมถึงการไม่รับรางวัลในงานดังกล่าว แทนการปลุกกระแสแรงๆเดือดๆตามเว็บบอร์ดด้วยซ้ำ

7. DCครบรอบ 75ปี
ในปี2010ถือเป็นปีแห่งการครบรอบ75ปีของสำนักพิมพ์DCคอมิกส์ ซึ่งมีการจัดฉลองและการออกสินค้าที่ระลึกในโอกาสนี้มากมาย ไม่เว้นกระทั่งที่ญี่ปุ่นซึ่งมีนักวาดการ์ตูนกว่า22คนมาร่วมเขียนโปสเตอร์เพื่อเป็นที่ระลึกด้วย
ส่วนในไทย แม้กระแสนิยมในการ์ตูนอเมริกาจะไม่มากนัก(เพราะส่วนมากเราจะติดตามกันในแบบภาพยนตร์คนแสดงมากกว่า) แต่หลังจากเหตุการณ์Blackest NightและBrightest Dayในปีที่ผ่านมา ได้ทำให้การ์ตูนแนวฮีโร่ของDCเป็นที่สนใจของแฟนๆมากขึ้น พร้อมกับLCการ์ตูนตอนพิเศษที่จบในชุดเป็นระยะๆ เช่นซุปเปอร์/แบทแมนภาค Apocalypseที่เพิ่งวางแผงไปไม่นาน (ขอหนึ่งเสียงให้LC Batman:Under the Redhood อีกซักภาคสิครับ)
พร้อมทั้งนิทรรศการที่แฟชั่นไอส์แลนด์เมื่อปลายเดือนกันยายน ปิดท้ายด้วยนิตยสารPower-Up ฉบับฉลอง75ปีDCที่รวมประวัติโดยย่อของสำนักพิมพ์และเหตุการณ์สำคัญของตัวละครต่างๆไว้เพียบ

8. คุณน้องสาวค้ำCoreมาแรง
มีการสร้างอนิเมจากนิยายดังเรื่องOre no Imouto ga konna ni kawaii ga nai (น้องสาวของผมไม่น่ารักอย่างนั้นหรอก) ซึ่งจับเนื้อหาค่อนข้างใกล้ตัวชาวโอตาคุไม่ว่าเรื่องความชอบอนิเมหรือเกมรวมไปถึงปัญหาเรื่องมุมมองของคนอื่นที่มีต่อตัวโอตาคุ แม้ว่าฉบับอนิเมชั่นจะตัดทอนความแรงของเนื้อหาลงไปบ้าง แต่ความนิยมของเรื่องนี้ก็มาแรงอย่างเกินคาดจนเกิดศัพท์ใหม่คำว่า "ค้ำCore" (ขอสะกดแบบนี้แทนเพื่อป้องกันคำต้องห้ามซึ่งทำให้หลายท่านโดนสังเวยอมยิ้มกันไปแล้ว) ซึ่งมีความหมายในทำนองความรักที่เป็นไปไม่ได้เพราะศีลธรรมมันค้ำคออยู่เนื่องจากในฤดูกาลเดียวกันกับที่เรื่องนี้ฉายได้มีอนิเมแนวท้าทายศีลธรรมประเภทรักต้องห้ามของพี่น้องฉายอีกหนึ่งเรื่อง(แต่แรงระดับเรท18+)จนกระตุ้มต่อมจิ้นกระจายของผู้ชมว่า แล้วเรื่องนี้จะมีอะไรเกินเลยแบบเรื่องนั้นมั้ย โชคดีที่โอเระอิโมะไม่มีอะไรเกินกว่าความห่วงใยของพี่ชายต่อของน้องสาว จึงเข้าถึงกลุ่มผู้ชมได้กว้างกว่าและได้รับความนิยมจนมีสินค้าไปจนถึงภาพแฟนอาร์ตออกมามากมาย
ภาพปกนิยายฉบับที่หนึ่ง ซึ่งถูกนักวาดนำไปวาดล้อเลียนกันทั่วบ้านทั่วเมือง(ไม่เว้นกระทั่งป้ายผ้าประท้วงสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยก็ยังมีคุณน้องไปยืนยันเลย)




9. เรื่องวุ่นวายที่โรงพยาบาลเซนต์หลุยส์
เป็นเรื่องเป็นราวกันอีก เมื่องานแคปซูล อีเวนท์ซึ่งจัดขึ้นที่โรงพยาบาลเซนต์หลุยส์เมื่อต้นเดือนธันวาคม เกิดเหตุผู้ร่วมงานก่อเรื่องที่ไม่เหมาะสมหลายประการไปจนถึงสร้างความเสียหายแก่ทรัพย์สินและสถานที่ของโรงพยาบาลซึ่งหลายๆท่านคงทราบรายละเอียดกันไปบ้างแล้ว ผมจึงไม่ขอเอ่ยซ้ำ
หลังจากเกิดเรื่องแล้ว มีการวิพากษ์วิจารย์ตามเว็บบอร์ดต่างๆในเรื่องขอบเขตการกระทำ รวมไปถึงเรื่องขอบเขตการนำเสนอข่าว เนื่องจากมีหลายกลุ่มที่เกรงว่าข่าวที่แพร่ออกไปจะก่อความเสียหายแก่วงการการ์ตูนในไทย ในขณะที่บางกลุ่มเห็นว่าควรรับความจริงในเรื่องที่เกิดขึ้นและหาทางป้องกันไม่ให้เกิดเหตุงามหน้าขึ้นอีก
ล่าสุดทางเว็บของผู้จัดงาน http://otakumagazine.net/ ได้สรุปปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นออกมาจำนวน10ข้อเรียบร้อยแล้ว
สุดท้ายนี้ ขอให้ทุกท่านที่เป็นคนรักการ์ตูนช่วยกันสอดส่องดูแลกันหน่อย ไม่ว่าจะสนุกแค่ไหนก็ควรมีขอบเขตที่พอดีครับ หากเกิดปัญหาเป็นข่าวใหญ่โตขึ้นมาอีก ไม่ต้องโทษสื่อหรือคนกระจายข่าวหรอกครับ โทษคนทำนี่แหละ
ของแถม แบนเนอร์รณรงค์สนุกแต่พอดี ของคุณSeaksonแห่งบอร์ดTirkx ผมขอเลือกมาหนึ่งอันครับ


10. มีอะไรไทยๆไปอยู่ในการ์ตูนต่างประเทศอีกแล้วครับ
ที่เรียกเสียงเฮฮาและฮือฮาที่สุด คงไม่พ้น คาเมนไรเดอร์โอส์  ซึ่งร้านอาหารในเรื่องจะจัดแต่งร้านเป็นธีมต่างๆเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ตอนที่11และ12มีการจัดร้านแบบไทยๆมีทั้งชุดไทยรวมไปถึงการพูดว่า"ไม่เป็นไร"อีกด้วย
นอกจากนี้ยังมีอื่นๆอีกเล็กน้อยเช่นคำว่าผัดไทยในเรื่องSoredemo machi ga mawatteiru (เมืองวุ่น คนวาย และสาวเมด)

หรือแม้แต่มุกสั้นๆอย่างThai FighterในFamily Guy (อันนี้ไปหาคลิปดูในยูทุบเอาเองเถอะครับ ผมไม่ขอสปอยล์ แต่ พูดไทยได้ชัดถ้อยชัดคำมาก)
และที่ลืมไม่ได้ก็คือ ในการ์ตูนของDC Comicชุด Brightest Day : Birds of Prey ได้ใช้กรุงเทพเป็นฉากสำคัญในการดำเนินเรื่องถึงสองตอนในชื่อตอน TWO NIGHTS IN BANGKOK โดยในเนื้อเรื่องได้กล่าวถึงทีมนักปราบอาชญากรรมที่มีชื่อเรียกเป็นนกต่างๆ ต้องเดินทางมากรุงเทพเพื่อตามหาสมาชิกที่ออกจากทีมไป ซึ่งในเรื่องเราจะได้เห็นสนามบินสุวรรณภูมิ วิชากระบี่กระบอง รำไทย แต่ที่ถูกใจผมที่สุดคงเป็นมุก"น้ำใจไทยมุง"ที่แม้แต่ฮันเตรสยังชมว่า
“การสู้กันข้างถนนถือเป็นเรื่องปกติในกอธแฮม”
“แต่ฉันต้องยอมรับว่าเพิ่งจะเคยเจอคนเดินถนนที่ยอมเสี่ยงเข้ามาช่วยฉันแบบนี้เป็นครั้งแรกนี่แหละ”
“ถ้าฉันเอาชีวิตรอดจากครั้งนี้ไปได้ ฉันอาจลองคิดเรื่องย้ายมาอาศัยอยู่ที่นี่ก็ได้”



ผู้สนใจ สามารถอ่านเนื้อเรื่องได้ที่
http://www.comics66.com/?p=2821
http://www.comics66.com/?p=3017

ขอจบบทความประจำปีแต่เพียงเท่านี้  แม้ในปี2553ที่ผ่านมาจะมีเรื่องราวมากมายทั้งร้ายทั้งดี แต่ขอให้ทุกคนผ่านพ้นปัญหาใหม่ๆที่อาจจะเกิดขึ้นได้ด้วยความอดทน และขอให้มีน้ำใจต่อกันและกันเสมอ ไม่เหือดหายไปกับเปลวไฟหรือถูกพัดไหลไปกับกระแสน้ำแรงๆครับ
สวัสดีปีใหม่2554 สวัสดีปีกระต่ายครับ



Edit ผมแก้ไขชื่อหัวข้อและคำผิดเพิ่มเติมแล้วครับ ขอขอบคุณทุกท่านที่ช่วยตรวจทานครับ

edit @ 7 Jan 2011 19:33:40 by Jin จอมเวทแว่นหนา

edit @ 7 Jan 2011 19:40:35 by Jin จอมเวทแว่นหนา

Comment

Comment:

Tweet


#1 by (41.76.206.6|172.16.89.48, 41.76.206.6) At 2014-08-08 11:57,

Jin จอมเวทย์แว่นหนา
View full profile